-
รหัสแทนข้อมูล หมายถึง รหัสที่ใช้แทนตัวอักขระ ซึ่งประกอบด้วยตัวอักษร ตัวเลข หรือสัญลักษณ์พิเศษอื่น ๆ ที่ใช้ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพราะว่าข้อมูลที่เก็บไว้ในหน่วยความจำของคอมพิวเตอร์จะแทนด้วยรหัสเลขฐานสองที่มีเลข ๐ กับ ๑ วางเรียงกัน ที่นิยมใช้มี ๓ รหัสคือ รหัสบีซีดี รหัสแอบซีดิก รหัสแอสกี้
รหัสที่ใช้ในการแทนข้อมูลในปัจจุบันมี 2 กลุ่ม คือ
1. รหัสเอ็บซีดิก (EBCDIC) : Extended Binary Coded Decimal Interchange Code) เครื่องคอมพิวเตอร์เมนเฟรมของไอบีเอ็มยังคงใช้รหัสนี้
2. รหัสแอสกี (ASCII : American Standard Code Information Interchange) เป็นมาตรฐานที่นิยมใช้กันมากในระบบคอมพิวเตอร์ เป็นรหัส 8 บิท แทนสัญลักษณ์ต่าง ๆ ได้ 256 ตัว
1. รหัสแทนข้อมูล
เนื่องจากเครื่องคอมพิวเตอร์จะสามารถเข้าใจเฉพาะตัวเลขเพียง 2 ตัวเท่านั้น คือ 0 และ 1 ฉะนั้นการที่จะให้เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจข้อมูลอื่น ๆ ได้นั้น จะต้องมีการใช้รหัสในการแทนข้อมูลรหัสแทนข้อมูล หมายถึง การนำเอารหัสตัวเลข 0 และ 1 มาแทนตัวอักษร หรือตัวเลข หรือสัญลักษณ์ต่าง ๆ โดยเป็นรหัสที่ใช้แทนข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งอยู่ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อให้คอมพิวเตอร์และผู้ใช้สามารถเข้าใจข้อมูลต่าง ๆ ได้ ตัวอย่างเช่น ตัวอักษร A จะมีรหัสแทนข้อมูล คือ 01000001 เป็นต้น
2. การวัดขนาดข้อมูลหรือหน่วยวัดความจำ
หน่วยที่ใช้วัดความจำที่เล็กที่สุด คือ ไบต์ (Byte) ซึ่งหมายถึง จำนวนตัวเลขในระบบเลขฐานสองที่ต่อเนื่องกันเป็นกลุ่ม เช่น 01100001 ซึ่ง 1 ไบต์ จะประกอบด้วยตัวเลข 0 หรือ เลข 1 จำนวน 8 ตัว หรือ 8 บิต นั่นเอง
ทั้งนี้ ขนาด 1 ไบต์ หรือ 8 บิต จะสามารถใช้แทนข้อมูลที่เป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษ ภาษาไทย ตัวเลข และสัญลักษณ์ต่าง ๆ ได้ 1 ตัว ซึ่งจำนวน 8 บิต จะใช้แทนตัวอักษร ตัวเลข หรือสัญลักษณ์ต่าง ๆ ได้เท่ากับ 256 แบบ หรือ เท่ากับ 28
ดังนั้นเราจะวัดขนาดข้อมูลของคอมพิวเตอร์ตามหน่วยวัดข้อมูลได้ดังนี้
8 BIT (บิต) = 1 Byte (ไบต์) = 1 ตัวอักษร
1,024 B = 1 KB (กิโลไบต์) = 1,024 ตัวอักษร
1,024 KB = 1 MB (เมกะไบต์) = 1,048,576 ตัวอักษร
1,024 MB = 1 GB (กิกะไบต์) = 1,073,741,824 ตัวอักษร
1,024 GB = 1 TB (เทระไบต์) = 1,099,511,627 ตัวอักษร
3. สำรวจอุปกรณ์ที่ตนเองมีอยู่ว่ารองรับรหัสอะไรบ้าง มีคอมพิเตอร์ ใช้รหัสเลขฐานสอง เช่น 101.....
- Unicode
- EBCDIC
- ASCII
- ASCII
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น